การป้องกันลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนระบบ Cloud ด้วย Sentinel Cloud


วิเชษฐ ดารากัย
1บริษัท ฟิแทบ คอมเพล็กซ์ จำกัด,  E-mail : wichetd@fitab.com
บทคัดย่อ
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การผลิตซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานบนระบบสารสนเทศต้องมีการปรับตัวให้ทัน เมื่อก่อนเราผลิตซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานผ่านระบบ Thin Computer โดยการประมวลผลทั้งหมดจะอยู่ที่ Server จากนั้นเทคโนโลยีไมโครชิพได้มีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ทำให้มีการพัฒนาไมโครชิพที่มีขนาดเล็ก ประสิทธิ์ภาพสูง และราคาถูก สามารถใช้งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ทำให้การผลิตซอฟต์แวร์เปลี่ยนไป แต่ในปัจจุบันนี้ ระบบ Cloud เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากมายและเริ่มมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากองค์ประกอบที่สำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐาน(Infar Structure) ด้านระบบการสื่อสารที่สามารถรองรับการใช้งาน Cloud ได้ ต่อจากนี้ไปการผลิตซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานบนระบบ Cloud ไม่ใช้เรื่องยุกยาก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ความปลอดภัยของซอฟต์แวร์บนระบบ Cloud นั่นเอง
คำสำคัญ : การป้องกันลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ / ระบบ Cloud / Sentinel Cloud

1. บทนำ
ในปัจจุบันระบบอินเตอร์เน็ตได้พัฒนาการไปอย่างมาก ทั้งด้านความเร็วและการให้บริการ(QOS)ทำให้แนวโน้มของการใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมแบบ Online เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น การใช้งานซอฟต์แวร์บนระบบ Cloud เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ความปลอดภัยของระบบก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องใส่ใจ แต่สิ่งสำคัญคือ ซอฟต์แวร์ที่ให้บริการบนระบบCloud สำหรับผู้ใช้ หากเราเปิดให้บริการใช้งานบนระบบCloud แล้วเราจะป้องกันลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของเราอย่างไรดี [1]


2. ระบบ Cloud Computer
Cloud Computer เป็นที่กล่าวขวัญกันในขณะนี้ บางครั้งเรารู้จักในฐานะ Google Gmail, Amazon Elastic Compute, Windows Azure แต่อย่างน้อยทั้ง 3 ชื่อนี้ก็ได้มีการกล่าวถึง “Cloud” [2]

2.1 โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ Cloud
– SaaS = Software as a Service
– IaaS = Infrastructure as a Service
– PaaS = Platform as a service
– NaaS = Network as a service
รูปที่ 1 ระบบ Cloud ที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน [3]

2.2 วิวัฒนาการของพัฒนาการของระบบสารสนเทศ
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีประวัติตามรูปด้านล่าง

รูปที่ 2วิวัฒนาการของพัฒนาการของระบบสารสนเทศ [4]
ดังนั้นการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือการดำเนินธุรกิจต่างๆในปัจจุบันจะหนีไม่พ้นการทำธุรกรรมบนระบบ Cloud [5]


3. Sentinel Cloud
Sentinel Cloud เป็นระบบที่ให้บริการระบบ Cloud อีกรูปแบบหนึ่งของทาง SafeNet Inc. ซึ่งจะเน้นความสำคัญของการป้องกันลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยมีรูปแบบหลักการดังนี้ [6]
1. Sentinel Cloud จะทำการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลต่างๆของการใช้งาน
2. ISVs (Independent Software Vendor) สามารถใช้ข้อมูลต่างๆที่ได้จากการรวบรวมและประมวลผล เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานต่างๆ เช่น ระบบการเก็บเงินจากผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ในระบบ หรือการทำระบบ Back office ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับใช้เป็นแนวทางในการให้บริการต่างๆหลังการขายซอฟต์แวร์
3. ISVs สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ Sentinel Cloud ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายและการให้บริการลูกค้าเพื่อเป็นแนวทางในการทำตลาดซอฟต์แวร์ และการให้บริการหลังการขาย
4. ISVs สามารถที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางได้เข้าถึงสิทธิและข้อมูลการใช้งานบริการต่างๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วบนระบบ Cloud

รูปที่ 3 โครงสร้างสถาปัตยกรรม Sentinel Cloud [6]

4. วิธีการเข้าใช้งานระบบ Sentinel Cloud
การใช้งาน Application บน Sentinel Cloud มีรูปแบบดังนี้ทดสอบการใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข บน Sentinel Cloud
4.1 ผู้ใช้ Login เข้าสู่ระบบ
รูปที่ 4 หน้าจอ Login เข้าสู่การใช้งานระบบ Sentinel Cloud

4.2 หลังจากทำการ Login เข้าสู่ระบบได้ถูกต้อง จะปรากฏหน้าจอการทำงาน
รูปที่ 5 หน้าจอหลังจาก Login เข้าสู่งานระบบ Sentinel Cloud ได้อย่างถูกต้อง

4.3 หน้าต่างของ Calculator จะเป็นการแสดงโปรแกรมหรือ Application บน Cloud Computing (ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข)
รูปที่ 6 หน้าจอแสดงซอฟต์แวร์ที่ให้บริการบน Sentinel Cloud

4.4 ในส่วนของ Account เป็นการแสดงเงื่อนไขต่างๆ เช่น ระยะเวลาที่จะใช้โปรแกรม , จำนวนครั้งที่จะใช้โปรแกรม หรือ วันที่หมดอายุของ Application
รูปที่ 7 หน้าจอแสดงข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของซอฟต์แวร์ สำหรับผู้ใช้งาน

4.5 หลังจากใช้งาน และเงื่อนไขการใช้งานได้หมดลง เช่น จะนวนครั้งที่ใช้หมดลง เราสามารถต่ออายุการใช้งาน หรือ สั่งซื้อ Application เป็น Version Update
รูปที่ 8 หน้าจอแสดง ในกรณีลูกค้าต้องการซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
4.6 About Us แสดงรายละเอียดของเจ้าของ Application
รูปที่ 9 หน้าจอแสดงรายละเอียดข้อมูลของเจ้าของ หรือผู้ผลิตซอฟต์แวร์
5. สรุปผล
ในส่วนนี้สามารถสรุปผลการทดสอบประสิทธิ์ภาพได้ 2 ส่วน คือ

5.1 ในส่วนของผู้ใช้งานระบบ
การทดสอบการเข้าใช้งานซอฟต์แวร์บนระบบ Sentinel Cloud ถือว่าเป็นระบบที่มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการให้บริการ ในส่วนของความปลอดภัยในการเข้าใช้งานซอฟต์แวร์ ผู้ใช้จะต้องมีฮาร์ดล็อกในการยืนยันตัวตน (Authentication)ในการใช้งานซอฟต์แวร์ ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องมีการเสียบฮาร์ดล็อกอยู่กับคอมพิวเตอร์ผู้ใช้อยู่ตลอดเวลาในขณะใช้งาน หากไม่มีฮาร์ดล็อกจะไม่สามารถเข้าใช้งานระบบและเข้าใช้งานซอฟต์แวร์ได้

5.2 ในส่วนของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์
สามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ที่เราพัฒนาขึ้น ด้วยรูปแบบการป้องกันซอฟต์แวร์แบบ Two Factor และยังมีความสามารถของระบบในการทำซอฟต์แวร์ทดลองใช้งาน โดยการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เช่น กำหนดจำนวนครั้งที่ใช้งานซอฟต์แวร์(Expire Time) , กำหนดวันที่หมดอายุ (Expire Date), กำหนดจำนวนวันที่ใช้ (Expire Number of Date)


เอกสารอ้างอิง

[1]          Tim Mather, et al., “Cloud Security and    Privacy” O’Reilly, 2009.

[2]          George Reese “Cloud Application Architectures” O’Reilly,2009

[3]          Bill Wilder “Cloud Architecture Patterns” O’Reilly, 2012.
[4]          Mark C. Chu-Carroll “Code in the Cloud Programming Google AppEngine” Pragmatic Bookshelf, 2011.
[5]          Michael Hugos, et al, “Business in the Cloud” John Wiley & Sons Inc., 2011.
[6]          http://www.safenet- inc.com/Products/cloud/SafeNet_Cloud_S ecurity/


0 Comments

Leave a Reply

Avatar placeholder

Your email address will not be published.