เทคโนโลยีสารสนเทศในงานโลจิสติกส

   เทคโนโลยีสารสนเทศในงานโลจิสติกส์ที่ดี ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และช่องทางสื่อสาร จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ ต้องเป็นระบบที่เชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ จึงจะทำให้การจัดการโลจิสติกส์ดำเนินการอย่างมีประสิทธิผล มีดังต่อไปนี้

1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ประกอบด้วยระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องลูกข่าย อุปกรณ์ในระบบบาร์โค้ด ระบบ RFID ระบบติดตามรถยนต์ GPS และระบบบันทึกเวลา (Tachograph)
 1.1 ระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และระบบปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโลจิสติกส์ โครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายการสื่อสาร จะมีลักษณะเพื่อให้การจัดการและบำรุงรักษาระบบสารสนเทศเป็นไปได้อย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ รูปแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นลักษณะรวมศูนย์ภายใต้กรอบของ Web Base Technology ระบบเครื่องลูกข่าย และเครื่องแม่ข่ายชนิด Multi-tier โดยระบบลูกข่ายเป็นแบบ Thin Client ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจัดหาโปรแกรมสนับสนุนอื่นใดนอกจาก Web Browser การปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถของโปรแกรมประยุกต์ สามารถกระทำที่แม่ข่ายเท่านั้น ทำให้การจัดการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด จะแยกเครื่องแม่ข่ายที่สำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกจากกัน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องแม่ข่ายสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลในเครือข่าย (SAN) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเบลด (Blade) สำหรับซอฟต์แวร์ประยุกต์เครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานสำหรับบริหารจัดการระบบ ซึ่งต้องมีไฟร์วอลล์ (Firewall) และเครือข่ายสำหรับศูนย์ข้อมูลแม่ข่าย โปรแกรมจัดการระบบรักษาความปลอดภัยและ โปรแกรมฐานข้อมูล

 1.2 อุปกรณ์ในระบบบ่งชี้อัตโนมัติ ในปัจจุบันนี้ระบบบ่งชี้อัตโนมัติ (Automatic Identification) หรือ Auto ID ที่ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานมากขึ้นทั้งในการจัดการขนส่ง จะทำหน้าที่แทนแป้นพิมพ์ (Keyboard) เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว และข้อบกพร่อง ในการจัดเก็บข้อมูล ติดตามสถานะของการจัดส่งสินค้า หรือผู้โดยสารที่เราให้ความสนใจ
ระบบ Auto ID ที่เป็นที่รู้จักและใช้งานกันแพร่หลายที่สุดคือ ระบบบาร์โค้ด (Barcode System) ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น บนหีบห่อสินค้า หนังสือ หรือบนตัวสินค้า เนื่องจากมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำง่ายต่อการใช้งานจึงเป็นเหตุผลให้บาร์โค้ด ถูกนำมาใช้งานมากที่สุด แต่บาร์โค้ดก็มีข้อจำกัดหลายประการได้แก่ จัดเก็บข้อมูลได้จำกัด เสียหาย หรือมีปัญหาระหว่างการอ่านได้ง่าย ระบบ Auto ID ที่เรารู้จักรองลงมาจากบาร์โค้ดก็คือระบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card System) เป็นระบบที่กำลังมีบทบาทอย่างรวดเร็วในปัจจุบันเราจะพบเห็นสมาร์ทการ์ดในรูปแบบของบัตรต่างๆ เช่น บัตรชมภาพยนตร์ ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่และบัตรสมาชิกตามคลับต่างๆ โดยใช้แถบแม่เหล็กหรือไมโครชิปในการอ่าน/เขียนข้อมูล มีข้อดีคือ สามารถเก็บข้อมูลได้มากปลอดภัย แต่เนื่องจากเป็นแถบแม่เหล็ก วิธีการอ่านข้อมูลจากสมาร์ทการ์ดจะต้องใช้วิธีสัมผัสทำให้เกิดการสึกหรอของเครื่องอ่านเมื่อใช้ไปนานๆ ระบบ Auto ID อีกชนิดหนึ่งที่เราจะกล่าวถึงนี้ เป็นระบบที่ขจัดข้อเสียของทั้งระบบบาร์โค้ดและสมาร์ทการ์ด เราเรียกระบบนี้ว่า Radio Frequency Identification (RFID) เป็นระบบ Auto ID ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในช่วงคลื่นความถี่วิทยุ เป็นพาหะในการสื่อสารข้อมูล ซึ่งลักษณะอุปกรณ์ในระบบบ่งชี้อัตโนมัติ แสดงในภาพที่ 1

ภาพที่ 1 อุปกรณ์ในระบบบ่งชี้อัตโนมัติ

 

© 2010 www.chetcom.com